เมธารักษ์การบริบาล
กลุ่มโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลพญาไท โรงพยาบาลรามาธิบดี สถานพยาบาลมหาวิทยาลัยเกตรศาสตร์ โรงพยาบาล ตา หู คอ จมูก โรงพยาบาล บี.แคร์ เมดิคอลเซ็นเตอร์ โรงพยาบาลกรุงธน โรงพยาบาลกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 1 โรงพยาบาลคามิลเลียน โรงพยาบาลจักษุ รัตนิน โรงพยาบาลตำรวจ สำนักงานแพทย์ใหญ่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โรงพยาบาลธนบุรี 1 โรงพยาบาลนครธน โรงพยาบาลบางปะกอก1 โรงพยาบาลบางมด โรงพยาบาลบำรุงราษฏร์ โรงพยาบาลบีเอ็นเอช โรงพยาบาลปิยะเวท โรงพยาบาลเทพธารินทร์ โรงพยาบาลเลิดสิน โรงพยาบาลแม่กลอง2
โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า โรงพยาบาลพระรามเก้า โรงพยาบาลมงกุฏวัฒนะ โรงพยาบาลมิชชั่น โรงพยาบาลยันฮี โรงพยาบาลเพื่อสุขภาพและความงาม โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลรามคำแหง โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลลาดพร้าว โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โรงพยาบาลวิภาราม โรงพยาบาลวิภาวดี โรงพยาบาลศรีสยาม โรงพยาบาลศิครินทร์ โรงพยาบาลศิริราชเวชระเบียน โรงพยาบาลศูนย์มะเร็งกรุงเทพ โรงพยาบาลสินแพทย์ โรงพยาบาลสุขุมวิท โรงพยาบาลหัวเฉียว โรงพยาบาลเกษมราษฎร์บางแค โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ประชาชื่น โรงพยาบาลเกษมราษฎร์สุขาภิบาล3 โรงพยาบาลเจ้าพระยา โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์สาทรใต้
โรงพยาบาลดอนตูม โรงพยาบาลตุลาการเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลท่าตะโก โรงพยาบาลท่าเรือพระนครศรีอยุธยา โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลนนทเวช โรงพยาบาลนวนคร โรงพยาบาลบางกรวย โรงพยาบาลเวชธานี โรงพยาบาลไทยนครินทร์ โรงพยาบาลโกลเด้นเยียส์ ศูนย์การแพทย์สมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมาร สถาบันบำราศนราดูร สถาบันโรคทรวงอก โรงพยาบาล ปทุมเวช จำกัด โรงพยาบาลกรุงสยามเซ็นต์คาร์ลอส โรงพยาบาลกำแพงเพชร โรงพยาบาลกำแพงแสนจังหวัดนครปฐม โรงพยาบาลคริสเตียนมโนรมย์ โรงพยาบาลเทพธารินทร์ โรงพยาบาลเลิดสิน โรงพยาบาลชัยนาท
โรงพยาบาลบางกระทุ่ม โรงพยาบาลบางมด โรงพยาบาลปทุมธานี โรงพยาบาลปิยะมินทร์สมุทรปราการ โรงพยาบาลพุทธชินราช โรงพยาบาลภัทร-ธนบุรี โรงพยาบาลมหาชัย โรงพยาบาลมหาราช โรงพยาบาลมโนรมย์ โรงพยาบาลลำลูกกา โรงพยาบาลสมุทรสาคร โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า โรงพยาบาลสระบุรี โรงพยาบาลสามพราน โรงพยาบาลสุโขทัย โรงพยาบาลอัมพวา โรงพยาบาลอานันทมหิดล โรงพยาบาลอุทัยธานี โรงพยาบาลเกษมราษฎร์รัตนาธิเบศร์ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์สระบุรี โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ โรงพยาบาลเซ็นทรัล ปาร์ค โรงพยาบาลเซ็นทรัลเยนเนอรัล

หลักการดูแลเบื้องต้นในกรณีมีบาดแผล
      1. หากมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในบาดแผล ควรชะล้างด้วยน้ำสะอาด ให้ออกมากที่สุด แล้วปิดบาดแผลด้วยผ้าสะอาด
      2. บาดแผลที่ถูกทิ่ม แทง ตำ ด้วยวัตถุต่างๆ ปักคาอยู่ ห้ามดึงออก ให้รีบไปพบแพทย์ เพราะเมื่อดึงออกอาจทำให้เลือดออกไม่หยุดได้
      3. บาดแผลบริเวณทรวงอก ที่มีทางติดต่อกับช่องปอด ให้ใช้ผ้าหนาๆ ปิดทับบนปากแผลให้แน่นโดยเร็ว เพื่อมิให้อากาศเข้าออกเวลาหายใจ






ภาพที่ 49 การปฐมพยาบาลบาดแผลที่ทรวงอก


      4. บาดแผลบริเวณหน้าท้อง ควรปิดบาดแผลด้วยผ้าที่สะอาดเพื่อห้ามเลือด หากพบมีส่วนของลำไส้โผล่ออกมา ให้ปิดแผลด้วยผ้าสะอาดที่ชุ่มน้ำเกลือ ให้นอนหงายงอเข่าทั้งสองข้างเล็กน้อย เพื่อให้หน้าท้องหย่อน ไม่ควรให้รับประทานน้ำหรืออาหาร ให้รับไปโรงพยาบาล

ภาพที่ 50 การปฐมพยาบาลบาดแผลที่หน้าท้อง


      5. บาดแผลบริเวณแขนและขา ควรห้ามเลือดก่อน หากชิ้นส่วนหลุดออกไปควรเก็บไว้ในถุงพลาสติกแห้ง มัดปากถุงให้ดี นำไปแช่ในน้ำที่มีน้ำแข็งและนำส่งไปยังโรงพยาบาลด้วย เพื่อแพทย์จะได้มีโอกาสผ่าตัดอวัยวะส่วนที่บาดเจ็บได้

เครื่องใช้ในการทำแผล

ภาพที่ 51 เครื่องใช้ในการทำแผล

      1. สำลี หรือผ้าก็อสสำหรับชุบน้ำยาเช็ดแผลและผิวหนังรอบแผล
      2. น้ำยาสำหรับทำความสะอาดเลือกใช้ตามความเหมาะสม
           2.1 น้ำเกลือ ใช้สำหรับล้างแผล นิยมใช้มากเพราะมีความเข้มข้นใกล้เคียงกับระดับความเป็นกรด-ด่างของเลือด จงทำให้ไม่ระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อ และขณะทำแผลผู้ป่วยไม่แสบ ถ้าไม่มีให้ใช้น้ำ 1 ลิตร ผสมเกลือ 1 ช้อนชา ต้มให้เดือด แล้วปล่อยให้เย็น นำมาใช้แทนน้ำเกลือได้
           2.2 . น้ำต้มสุก ใช้แทนน้ำเกลือกรณีที่ไม่มีน้ำเกลือ
      3. แอลกอฮอล 70% ใช้สำหรับเช็ดผิวหนังรอบๆ แผล เพื่อลดจำนวนเชื้อโรคที่อยู่ตามผิวหนัง
      4. ทิงเจอร์ไอโอดีน 2.5% ใช้สำหรับเช็ดผิวหนังรอบแผล และให้ใช้แอลกอฮอล 70% เช็ดตามด้วยทุกครั้งทั้งนี้เพื่อป้องกันผิวหนังไหม้พอง
      5. เบทาดิน (Betadine) ใช้สำหรับเช็ดแผลและผิวหนังรอบแผล เนื่องจากน้ำยานี้มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรค ไม่ระคายเคืองเนื้อเยื่อและผิวหนังเหมือนกับทิงเจอร์ไอโอดีน จึงนิยมใช้ค่อนข้างมาก
      6. ยาเหลือง (Acriflavine) ใช้ใส่แผลเรื้อรังต่างๆ
      7. ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซค์ ใช้สำหรับล้างแผลสกปรก แผลมีหนอง แผลที่ถูกของแหลมทิ่มตำ เช่น ตะปู
      8. ผ้าก๊อส แผลทั่วไปนิยมใช้ผ้าก๊อสปิดแผล ขนาดที่ใช้ขึ้นอยู่กับขนาดของแผล
      9.พลาสเตอร์ นอกจากนี้อาจใช้ผ้าพันแผล ผ้าผูกยึด

วิธีการทำแผล
      ก่อนลงมือทำแผล ควรช่วยผู้ป่วยให้อยู่ในท่าที่เหมาะสมในการทำแผล บางครั้งอาจจำเป็นต้องให้ผู้ป่วยถอดเสื้อผ้าออก และใช้ผ้าห่มคลุม เปิดเฉพาะตำแหน่งแผล วิธีทำแผล แบ่งออกได้ 2 วิธี คือ
      1. การทำแผลชนิดแห้ง (dry dressing) ใช้ทำแผลชนิดที่เปิดปากแผลปิด เช่น แผลผ่าตัดที่แผลติดกัน
      2. การทำแผลชนิดเปียก (wet dressing) ใช้ทำแผลชนิดที่ปากแผลเปิด เช่น แผลเปื่อยกดทับ แผลผ่าตัดที่มีการติดเชื้อแล้วขอบแผลแยก แผลผ่าตัดที่แพทย์ไม่เย็บขอบแผลเข้าหากัน
      ขั้นตอนการทำแผลทั้งสองวิธีแตกต่างกันเฉพาะการเช็ดแผล การทำแผลชนิดแห้ง เพียงแต่ใช้สำลีชุบ แอลกอฮอล 70% เช็ดแผลและผิวหนังรอบแผลเท่านั้น ส่วนการทำแผลชนิดเปียกนั้นใช้สำลีชุบน้ำยาระงับเชื้อเช็ดผิวหนังที่ชิดแผลและบริเวณรอบๆแผลก่อน แล้วจึงใช้น้ำเกลือหรือน้ำยาล้างแผลชนิดอื่นล้างแผลให้สะอาด เมื่อสะอาดดีแล้วใช้ผ้าก๊อสชุบน้ำเกลือใส่ไว้ในแผล เช็ดผิวหนังรอบแผลให้แห้งจึงปิดแผล

 

 
Copyright © 2008-2009. All Rights Reserved. Metharak Training Nusing Attendance College.